gototopgototop

บทบาทและหน้าที่ของพลเมืองในสังคมประชาธิปไตย

ประมวลภาพกิจกรรม

บทบาทและหน้าที่ของพลเมืองในสังคมประชาธิปไตย

พิมพ์ PDF

 

ความหมายของประชาธิปไตย

                ประชาธิปไตย หมายถึง การปกครองที่ประชาชนมีอำนาจสูงสุด ประชาชนทุกคนมีสิทธิ หน้าที่
และความรับผิดชอบต่อสังคมประเทศชาติโดยเท่าเทียมกัน ทั้งในด้านการปกครองและการดำเนินชีวิต

                ประชาธิปไตย เป็นทั้งระบอบการปกครองและวิถีการดำเนินชีวิตของประชาชน

   1.ในแง่ของการปกครอง ประชาธิปไตยเป็นการปกครองที่สนองความต้องการพื้นฐานของมนุษย์ ซึ่งต้องการ
มีสิทธิ เสรีภาพ และความเสมอภาค ตลอดจนได้รับการยอมรับในศักดิ์ศรีความเป็นมนุษย์

   2.ในแง่ของการดำเนินชีวิต ผู้คนในสังคมประชาธิปไตย จะต้องปฏิบัติต่อกันให้สอดคล้องกับหลักการของ
ระบอบประชาธิปไตย กล่าวคือ ต้องยอมรับว่ามนุษย์ทุกคนมีความเสมอภาคเท่าเทียมกัน ต้องเคารพในสิทธิและ
เสรีภาพของบุคคลอื่น ตลอดจนต้องมีหน้าที่และความรับผิดชอบต่อครอบครัว สังคม และประเทศชาติ

 

ลักษณะสำคัญของประชาธิปไตย

ระบอบประชาธิปไตยมีลักษณะสำคัญดังนี้

   1.อำนาจการปกครองประเทศเป็นของประชาชนและประชาชนต้องมีส่วนร่วมในการปกครอง ดังตัวอย่าง

  • การใช้สิทธิ์ออกเสียงเลือกตั้ง
  • การชุมนุมทางการเมืองอย่างสงบโดยปราศจากอาวุธ
  • การแสดงความคิดเห็นวิพากษ์วิจารณ์การทำงานของรัฐบาลและข้าราชการ

   2.การยึดหลักกฎหมายและนิติธรรม ระบอบประชาธิปไตย ต้องมีรัฐธรรมนูญเป็นหลักกฎหมายสูงสุดใน
การปกครองประเทศ ประชาชนมีหน้าที่ต้องเคารพกฎหมายบ้านเมือง และรัฐบาลมีหน้าที่ต้องบังคับใช้กฎหมาย
ต่อประชาชนอย่างเสมอภาคเท่าเทียมกัน

   3.ประชาชนมีสิทธิ เสรีภาพ และความเสมอภาคกันตามกฎหมาย ระบอบประชาธิปไตยเน้นให้ประชาชน
ต้องปฏิบัติตามกฎหมายและเคารพสิทธิ เสรีภาพ และความเสมอภาคของบุคคลอื่น เช่น การเปิดวิทยุฟังเพลงเป็น
สิทธิและเสรีภาพที่เราจะทำได้ แต่ต้องไม่เปิดเสียงดังจนก่อความเดือดร้อนรำคาญต่อผู้อื่น

   4.การยอมรับการตัดสินใจของฝ่ายเสียงข้างมาก  ระบอบประชาธิปไตยตัดสินปัญหาโดยยึดถือเสียงข้างมาก
หรือเสียงส่วนใหญ่เป็นเกณฑ์ เช่น การออกกฎหมายของรัฐสภา หรือการลงมติในที่ประชุม เป็นต้น เมื่อเสียง
ส่วนใหญ่ตัดสินให้เป็นไปในทางใด ฝ่ายเสียงข้างน้อยก็ต้องยอมรับ และปฏิบัติให้เป็นไปตามนั้น

 

หลักการสำคัญของประชาธิปไตย

ระบอบประชาธิปไตยมีหลักการสำคัญ ดังนี้

   1. อำนาจอธิปไตย เป็นอำนาจสูงสุดในการปกครองประเทศ อำนาจอธิปไตยเป็นอำนาจของประชาชน
แบ่งออกเป็น 3 ฝ่าย ได้แก่ อำนาจนิติบัญญัติ อำนาจบริหาร และอำนาจตุลากกการ

    ประชาชนเจ้าของประเทศไม่สามารถใช้อำนาจอธิปไตยทั้ง 3 โดยตรงได้ เนื่องจากประชากรของประเทศ
มีจำนวนมาก จึงต้องมอบอำนาจสูงสุดในการปกครองประเทศให้แก่ตัวแทน ดังนี้

  • อำนาจนิติบัญญัติ ผู้ใช้อำนาจแทนประชาชน คือ รัฐสภา
  • อำนาจบริหาร ผู้ใช้อำนาจแทนประชาชน คือ คณะรัฐมนตรี (รัฐบาล)
  • อำนาจตุลาการ ผู้ใช้อำนาจแทนประชาชน คือ ศาล

   2. การใช้อำนาจอธิปไตยจะต้องเป็นไปตามที่รัฐธรรมนูญกำหนด หมายถึง การใช้อำนาจนิติบัญญัติ
อำนาจบริหาร และอำนาจตุลาการ ต้องเป็นไปตามที่กำหนดไว้ในรัฐธรรมนูญ ไม่ใช้นอกเหนือจากนี้โดยเด็ดขาด
เพื่อให้เกิดความบริสุทธิ์ยุติธรรมอย่างแท้จริง

   3. สิทธิเสรีภาพของประชาชนจะได้รับการคุ้มครองตามกฎหมายรัฐธรรมนูญ ทั้งนี้รัฐธรรมนูญจะกำหนด
สิทธิ เสรีภาพ และหน้าที่ของประชาชนไว้อย่างชัดเจน ตัวอย่างเช่น

  • สิทธิ ได้แก่ สิทธิในการครอบครองทรัพย์สิน สิทธิในการศึกษาเล่าเรียน สิทธิในการออกเสียงเลือกตั้ง
    และสิทธิในการมอบมรดก ฯลฯ
  • เสรีภาพ ได้แก่ เสรีภาพในการเดินทาง การพูด การเขียน การตั้งถิ่นฐาน ฯลฯ
  • หน้าที่ ได้แก่ หน้าที่ในการเสียภาษีอากร การป้องกันประเทศ ฯลฯ

   4. ประมุขของประเทศในระบอบประชาธิปไตย คือ พระมหากษัตริย์หรือประธานาธิบดี แต่การใช้อำนาจหรือ
การปฏิบัติใดๆ จะต้องอยู่ภายใต้ขอบเขตกฎหมายรัฐธรรมนูญ

 

การใช้อำนาจอธิปไตยของปวงชนในระบอบประชาธิปไตย

    การปกครองในระบอบประชาธิปไตย ประชาชนมีส่วนร่วมในการปกครองและใช้อำนาจอธิปไตยในการปกครอง
ประเทศได้ 2 กรณี ดังนี้

   1.การใช้อำนาจอธิปไตยโดยตรง หมายถึง ประชาชนทำหน้าที่ด้านนิติบัญญัติ บริหาร หรือตุลาการด้วยตนเอง
ไม่มีผู้แทน โดยประชุมร่วมกัน ณ สถานที่แห่งใดแห่งหนึ่ง เป็นลักษณะการปกครองของนครรัฐเล็กๆ สมัยโบราณที่มี
ประชากรไม่มากนัก เช่น นครรัฐกรีกโบราณ ในปัจจุบันไม่พบลักษณะเช่นนี้อีกแล้ว

   2.การใช้อำนาจอธิปไตยโดยทางอ้อมหรือมีผู้แทน เป็นรูปแบบการปกครองระบอบประชาธิปไตยในปัจจุบัน
เนื่องจากแต่ละประเทศมีจำนวนประชากรมาก ประชาชนทุกคนจึงไม่อาจใช้อำนาจอธิปไตยด้วยตนเองได้ จึงต้อง
มีผู้แทนที่มาจากการเลือกตั้งหรือตามวิธีที่กำหนดไว้ในรัฐธรรมนูญทำหน้าที่แทน เช่น สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร
และคณะรัฐมนตรี เป็นต้น

 

สรุปสาระสำคัญ : การดำเนินชีวิตตามวิถีสังคมประชาธิปไตย

คุณลักษณะสำคัญของการอยู่ร่วมกันในสังคมประชาธิปไตย

    การอยู่ร่วมกันในสังคมประชาธิปไตยอย่างมีความสุข ผู้คนจะต้องยึดหนักปฏิบัติ 6 ประการ ดังนี้

1.ต้องเคารพกฎหมายของบ้านเมืองโดยเคร่งครัด
2.
ต้องเคารพในสิทธิและเสรีภาพของบุคคลอื่น การใช้สิทธิและเสรีภาพของตนเองจะต้องไม่ละเมิดสิทธิของผู้อื่น
   หรือทำให้ผู้อื่นได้รับความเดือดร้อน
3.ต้องมีความรับผิดชอบต่อหน้าที่ ทั้งต่อตนเอง ครอบครัว โรงเรียน ชุมชน และสังคมประเทศชาติ
4.ต้องมีคุณธรรมและจริยธรรมในการดำเนินชีวิตประจำวันและการปฏิบัติต่อผู้อื่น เช่น มีความซื่อสัตย์สุจริต
ตรงต่อเวลา และมีวินัยในตนเอง เป็นต้น
5.
ต้องมีนิสัยเป็นนักประชาธิปไตย เช่น มีเหตุผล รับฟังความคิดเห็นของผู้อื่น ยกย่องให้เกียรติผู้อื่นและเห็นแก่
ประโยชน์ส่วนร่วมมากกว่าประโยชน์ส่วนตน
6.ต้องมีความกระตือรือร้น สนใจ และเอาใจใส่ต่อปัญหาของส่วนรวม เพื่อเข้ามามีส่วนร่วมแก้ไขปัญหาและพัฒนา
สังคมให้เจริญก้าวหน้ายิ่งขึ้น

แนวทางการปฏิบัติตนเป็นพลเมืองดีตามวิถีสังคมประชาธิปไตย

      การประพฤติปฏิบัติตนเป็น “พลเมืองดี” เป็นปัจจัยสำคัญผลักดันให้สังคมประชาธิปไตยมีความเจริญก้าวหน้า
แนวทางการปฏิบัติตนเป็นพลเมืองดี ดังนี้

     1.การมีส่วนร่วมในกระบวนการประชาธิปไตย พลเมืองดีควรร่วมมือกันทำงานเพื่อแก้ไขปัญหาหรือพัฒนา
เศรษฐกิจ สังคม และการเมืองของประเทศให้เจริญก้าวหน้าตามกระบวนการของระบอบประชาธิปไตย ซึ่ง
“รัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พ.ศ. 2550” ที่ใช้อยู่ในปัจจุบัน ได้ให้สิทธิแก่ประชาชนรวมตัวกันหรือร่วมมือ
กันกระทำ ดังนี้

  • การชุมนุมโดยสงบและปราศจากอาวุธ เพื่อแสดงความคิดเห็นหรือเรียกร้องให้รัฐบาลหรือหน่วยราชการแก้ไข
    ปัญหาต่างๆ ที่ส่งผลกระทบต่อประชาชน
  • การจัดตั้งพรรคการเมือง เพื่อดำเนินการทางการเมืองให้เป็นไปตามแนวนโยบายหรืออุดมการณ์ของกลุ่มตน
  • การจัดตั้งมูลนิธิ สมาคม สหกรณ์ กลุ่มอาชีพ ฯลฯ เพื่อร่วมมือกันปกป้องและรักษาผลประโยชน์ของกลุ่ม
    คณะตน

     2.การมีส่วนร่วมในกิจกรรมทางสังคม พลเมืองดีต้องสนใจ เอาใจใส่ และมีส่วนร่วมรับผิดชอบแก้ไขปัญหา
สังคม หรือเข้าร่วมกิจกรรมพัฒนาสังคมตามโอกาสสมควร ได้แก่

  • การร่วมมือป้องกันสาธารณภัยต่างๆ ของท้องถิ่นหรือชุมชน เช่น ไฟไหม้ น้ำท่วม และขาดแคลนแหล่งน้ำ
    เป็นต้น
  • การร่วมมือป้องกันและแก้ไขปัญหาสังคมที่ส่งผลกระทบต่อสวัสดิภาพความปลอดภัยของสมาชิกในชุมชน
    เช่น การแพร่ระบาดของยาเสพติดให้โทษ และอาชญากรรม เป็นต้น            
  • การร่วมมือสร้างความสามัคคีต่อหมู่คณะ สร้างความสมานฉันท์ระหว่างประชาชนในท้องถิ่นหรือชุมชน
    โดยไม่แบ่งแยกเชื้อชาติ ศาสนา หรือฐานะทางเศรษฐกิจ
  • การเข้าร่วมกิจกรรมด้านอนุรักษ์ศิลปะ วัฒนธรรม ประเพณี และภูมิปัญญาท้องถิ่น

     3.การดูแลรักษาสาธารณสมบัติและคุณภาพของสิ่งแวดล้อมในท้องถิ่นหรือชุมชน

  • การร่วมมือดูแล ศาสนสถาน วัดวาอาราม พระพุทธรูป และภาพจิตรกรรมฝาผนังในพระอุโบสถ ป้องกัน
    มิให้ถูกโจรกรรมหรือทำให้เกิดความเสียหาย
  • การร่วมมือซ่อมแซม บำรุงรักษาถนน คุณภาพของแหล่งน้ำตามธรรมชาติและบ่อน้ำบาดาลของหมู่บ้าน
    ขุดลอกคูคลอง ฯลฯ
  • การร่วมมือรักษาคุณภาพของสิ่งแวดล้อมมิให้เกิดปัญหามลพิษ เช่น รณรงค์ไม่ให้ทิ้งขยะ เศษอาหาร
    หรือสิ่งปฏิกูลต่างๆ ลงในแม่น้ำลำคลอง
  • การร่วมมือดูแลรักษาแหล่งทรัพยากรธรรมชาติให้อยู่ในสภาพสมบูรณ์ เช่น พื้นที่ป่าไม้ หาดทราย ฯลฯ

บทบาทและหน้าที่ของพลเมืองดีต่อท้องถิ่น ชุมชน หรือประเทศชาติ

   บุคคลที่เป็น “พลเมืองดี” ต้องมีบทบาทและหน้าที่ต่อท้องถิ่น ชุมชน หรือประเทศชาติ ดังนี้

   1.ประกอบอาชีพสุจริต
   2.
ใช้สิทธิ์ออกเสียงเลือกตั้งทุกครั้ง
   3.
รักษาความสามัคคีในหู่คณะ
   4.
ช่วยอนุรักษ์วัฒนธรรม ประเพณี และศิลปะอันดีงามของชาติ
   5.
ช่วยเหลือคนพิการ เด็กกำพร้า และคนยากจนให้มีรายได้
   6.
ช่วยพัฒนาความเจริญก้าวหน้าของท้องถิ่น หรือชุมชนในด้านต่างๆ
   7.
ให้ความร่วมมือกับทางราชการหรือองค์กรภาคเอกชน ในการพัฒนาคุณภาพชีวิตของประชากร แก้ไขปัญหา
      ด้านสิ่งแวดล้อมและความเสื่อมโทรมของทรัพยากรธรรมชาติ

 

สรุปสาระสำคัญ : สิทธิ เสรีภาพ และหน้าที่ของปวงชนชาวไทย

ความหมายของสิทธิ เสรีภาพ และหน้าที่

     สิทธิ หมายถึง อำนาจหรือความสามารถของคนเราที่จะทำสิ่งใดๆ ได้โดยชอบธรรม หรือทำในสิ่งที่ถูกต้อง
ตามกฎเกณฑ์ที่สังคมกำหนด และรวมถึงประโยชน์ที่คนเราพึงได้ตามกฎหมายให้การคุ้มครอง

     ตัวอย่างเช่น สิทธิในการเข้ารับการศึกษา สิทธิในการเป็นเจ้าของบ้านและที่ดิน สิทธิในครอบครัวสิทธิใน
การออกเสียงเลือกตั้ง และสิทธิในการรับบริการจากโรงพยาบาลของรัฐ

     เสรีภาพ หมายถึง สภาวะที่บุคคลมีอิสระไม่อยู่ภายใต้การครอบงำของบุคคลอื่น สามารถที่จะคิด พูดหรือ
กระทำในสิ่งที่ตนพอใจได้ ภายใต้ขอบเขตของกฎหมาย ทั้งนี้จะต้องไม่ละเมิดสิทธิของคนอื่น หรือทำให้ผู้อื่น
ได้รับความเดือดร้อน

     ตัวอย่างเช่น เสรีภาพในการพูด การเขียน การพิมพ์โฆษณา และเผยแพร่หนังสือหรือสิ่งพิมพ์ ในที่สาธารณะ
โดยข้อความที่พิมพ์ออกไปนั้นจะต้องไม่ละเมิดหรือทำให้ผู้อื่นได้รับความเดือดร้อน เสรีภาพในการเดินทาง
ท่องเที่ยว เสรีภาพ ในการประกอบอาชีพ และเสรีภาพในการตั้งถิ่นฐาน เป็นต้น

     หน้าที่ หมายถึง สิ่งที่บุคคลจะต้องปฏิบัติ ถ้าละเว้นไม่ปฏิบัติจะทำให้เกิดความเสียหายต่อตนเอง หรือส่วนรวม หรืออาจมีความผิดตามกฎหมายได้ เช่น หน้าที่เข้ารับราชการทหารของชายไทย หน้าที่เสียภาษีอากรของบุคคลผู้มีรายได้

สิทธิ เสรีภาพ และหน้าที่ของชาวไทยต่อครอบครัว

    1. สิทธิและเสรีภาพในครอบครัว

  • บุคคลมีสิทธิและเสรีภาพที่จัดการกับครอบครัวของตน เช่น จะมีบุตรกี่คน จะตั้งชื่อให้ลูกอย่างไร หรือจะ
    ดำเนินชีวิตส่วนตัวอย่างไร ย่อมเป็นสิทธิของบุคคลนั้น ใครจะมาล่วงละเมิดไม่ได้
  • เด็ก เยาวชน และบุคคลในครอบครัว มีสิทธิ์ได้รับการคุ้มครองโดยรัฐ มิให้มีการละเมิด หรือใช้ความรุนแรง
    หรือการปฏิบัติไม่เป็นธรรมภายในครอบครัว เช่น การลงโทษทุบตีอย่างทารุณโหดร้ายจากผู้ใหญ่หรือสามี
    ทำร้ายร่างกายภรรยา เป็นต้น ซึ่งกรณีดังกล่าวเจ้าหน้าที่ของรัฐจะเข้าแทรกแซงได้

    2. หน้าที่ของบุคคลต่อครอบครัว

  • สมาชิกในครอบครัวมีความรักสามัคคีต่อกัน แสดงออกทางกายและวาจาด้วยความอ่อนโยน มีเมตตา เป็นมิตร
    และเอื้ออาทรต่อกัน คอยช่วยเหลือเอาใจใส่ซึ่งกันและกัน
  • บิดา มารดา ต้องเลี้ยงดูบุตรด้วยความรักและความเอาใจใส่ ให้การอบรมสั่งสอนบุตรให้อยู่ในกรอบของ
    ศีลธรรมอันดีงาม และสนับสนุนให้เข้ารับการศึกษาอย่างเต็มกำลังความสามารถ
  • บุตร มีหน้าที่เคารพเชื่อฟังและอยู่ในโอวาทของบิดา มารดา และญาติผู้ใหญ่ในครอบครัว ตั้งใจศึกษาเล่าเรียน
    และคอยช่วยเหลืองานบ้าน ตลอดจนประพฤติตนไม่ให้เสื่อมเสียชื่อเสียงของวงศ์ตระกูล

สิทธิ เสรีภาพ และหน้าที่ของชาวไทยต่อท้องถิ่น ชุมชนหรือสังคม

   1. สิทธิ และเสรีภาพในทางสังคม

  • บุคคลมีสิทธิและเสรีภาพในเคหสถาน ในฐานะที่เป็นเจ้าของบ้านย่อมได้รับการเคารพในสิทธิของตนผู้ใดจะ
    เข้าไปอาศัย ครอบครอง หรือบุกรุกไม่ได้ แม้แต่เจ้าหน้าที่ตำรวจจะเข้าไปตรวจค้นย่อมต้องมีหมายค้นที่ออก
    โดยศาล
  • บุคคลมีสิทธิและเสรีภาพในการติดต่อสื่อสารถึงกันโดยวิธีการที่ชอบด้วยกฎหมาย
  • บุคคลมีสิทธิและเสรีภาพในการเดินทาง และเลือกถิ่นฐานที่อยู่ได้
  • บุคคลมีสิทธิและเสรีภาพในการชุมนุมโดยสงบและปราศจากอาวุธ
  • บุคคลมีสิทธิและเสรีภาพในการนับถือศาสนา
  • บุคคลมีสิทธิเสมอภาคกันในการเข้ารับการศึกษาขั้นพื้นฐานไม่น้อยกว่า 12 ปี
  • บุคคลมีสิทธิและเสรีภาพในการรวมตัวจัดตั้งเป็นสมาคม สหพันธ์ สหกรณ์ กลุ่มเกษตรกร และอื่นๆ
  • บุคคลมีสิทธิและเสรีภาพในการเลือกประกอบอาชีพที่ไม่ขัดต่อกฎหมาย

   2. หน้าที่ของบุคคลต่อท้องถิ่น ชุมชน หรือสังคม

  • บุคคลมีหน้าที่ให้ความมือกับรัฐ ท้องถิ่น หรือชุมชน ดูแลรักษาสาธารณสมบัติ ทรัพยากรธรรมชาติและ
    สิ่งแวดล้อมภายในท้องถิ่น หรือชุมชนของตนให้อยู่ในสภาพดีเสมอ
  • บุคคลมีหน้าที่เคารพกฎระเบียบและปฏิบัติตามกฎหมายของท้องถิ่น ได้แก่ เทศบัญญัติ ข้อบังคับองค์การ
    บริหารส่วนตำบล (อบต.) หรือข้อบัญญัติกรุงเทพมหานคร เป็นต้น
  • บุคคลมีหน้าที่ลงคะแนนเสียงเลือกตั้งสมาชิกสภาท้องถิ่น เช่น เทศบาล องค์การบริหารส่วนตำบล (อบต.)
    หรือเลือกตั้งผู้บริหารของท้องถิ่น เช่น ผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร เป็นต้น
  • บุคคลมีหน้าที่ร่วมมือกับรัฐ เอกชน ท้องถิ่น หรือชุมชน สืบสานภูมิปัญญาท้องถิ่นและอนุรักษ์วัฒนธรรมและ
    ประเพณีอันดีงามของท้องถิ่นให้คงอยู่สืบไป
  • บุคคลมีหน้าที่ให้ความร่วมมือกับรัฐ ท้องถิ่น หรือชุมชน พัฒนาความเจริญของท้องถิ่นหรือชุมชนในด้านต่างๆ
    เช่น ซ่อมและสร้างสะพาน ถนน บ่อน้ำบาดาล เสาไฟฟ้า ฯลฯ

   3. หน้าที่ของบุคคลต่อประเทศชาติ

  • บุคคลมีหน้าที่ปฏิบัติตามกฎหมายของบ้านเมือง
  • บุคคลมีหน้าที่ไปใช้สิทธิออกเสียงเลือกตั้ง
  • บุคคลมีหน้าที่ป้องกันประเทศ
  • บุคคลผู้มีรายได้มีหน้าที่ต้องเสียภาษีอากรให้รัฐ
  • บุคคลมีหน้าที่ช่วยเหลือราชการตามสมควร
  • บุคคลมีหน้าที่เช้ารับการศึกษาอบรมในระดับการศึกษาขั้นพื้นฐาน
  • บุคคลมีหน้าที่พิทักษ์ ปกป้องและสืบสานศิลปวัฒนธรรมของชาติและภูมิปัญญาท้องถิ่น
  • บุคคลมีหน้าที่อนุรักษ์ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม

เพิ่มคอมเมนต์ใหม่

กรุณาใช้คำสุภาพในการโพสต์


รหัสป้องกันความปลอดภัย
รีเฟรช